สร้างสรรค์และพัฒนาการทางดนตรีกับ Skoog


สนุกและเรียนรู้ไปกับเสียงเพลงด้วย Skoog 2.0

เรียนรู้เรื่องของเสียงเพลงได้ง่ายและสนุก เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ให้กับเด็กในช่วงวัยต่างๆหรือเด็กพิเศษก็สามารถใช้งานได้ อาจจะกล่าวได้ว่า เสียงเพลง คือสิ่งหนึ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของใครหลายๆคน หรือแม้กระทั่งเป็นความชื่นชอบพื้นฐานและอาจเชื่อมโยงไปยังความชื่นชอบอื่นๆรวมถึงงานอดิเรกต่างๆได้ด้วย อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพที่ต้องทำงานและเกี่ยวข้องกับเสียงเพลงหรือเครื่องดนตรี ถ้าพูดถึงเรื่องของเสียงเพลง เป็นสิ่งที่มีมาเนิ่นนานแล้วในประวัติศาสตร์และมีวิวัฒนาการผ่านยุคสมัยต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อพูดถึงการเรียนรู้ เสียงเพลงจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในพื้นฐานของการเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กเล็ก เพราะสามารถพัฒนาทักษะทางด้านต่างๆไปได้พร้อมๆกัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสมาธิได้อีกด้วย การเรียนรู้ทางด้านดนตรีอาจจะจำกัดอยู่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆที่สูง โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องดนตรีต่างๆ แต่ในปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่จะช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ในเรื่องของเสียงเพลงและดนตรีได้อย่างง่ายๆ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้เป็นเครื่องดนตรีได้หลากหลายชนิดภายในอุปกรณ์ตัวเดียวกันนี้ อุปกรณ์ชิ้นนี้มีชื่อว่า Skoog 2.0 ในปีค.ศ.2006 มหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก ประเทศสก็อตแลนด์ ได้มีการค้นคว้าและวิจัย รวมถึงการรวบรวมข้อมูลต่างๆที่ทำให้ค้นพบว่ายังไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใกล้เคียงกับเครื่องดนตรีเพื่อให้เด็กพิเศษที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือความสามารถในการเรียนรู้ได้เข้าใจถึงเรื่องของเสียงดนตรี สองปีให้หลัง ผู้นำทีมวิจัยทั้งสองคน Dr. David Skulina และ Dr. Ben Schögler ได้ศึกษาเพิ่มเติมรวมไปถึงการเยี่ยมเยียนโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษเพื่อพบปะกับครูผู้สอนและนักเรียนเพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับนำมาพัฒนาสิ่งที่พวกเขาต้องการ และในช่วงปีค.ศ.2008 Skoog ตัวต้นแบบก็ได้ถูกผลิตขึ้น ปีค.ศ.2009 บริษัท Skoogmusic Ltd ได้ถูกก่อตั้งขึ้น Skoog รุ่นแรกวางจำหน่ายในยุโรปแบบออนไลน์บนเว็บไซต์ของ Apple Store ในปีค.ศ.2012 และหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนผ่าน indiegogo ในปีค.ศ.2015 ก็ทำให้ Skoog รุ่นที่ 2 วางจำหน่ายแบบออนไลน์บน apple.com และหน้าร้าน Apple Store ที่ถูกคัดเลือกแล้วในยุโรป
Dr. David Skulina (ซ้าย) และ Dr. Ben Schögler (ขวา) ผู้ก่อตั้ง Skoogmusic Ltd (picture credit : sbns.co.uk)


กลุ่มลูกค้า

  • ผู้ปกครองที่สนใจเสริมสร้างพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทางด้านดนตรีให้กับบุตรหลาน
  • เด็กพิเศษที่มีปัญหาทางด้านการเรียนรู้และต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือในการเสริมสร้างทักษะ
  • ผู้ปกครองหรือผู้ที่สนใจในเรื่องของ Coding หรือเรียนรู้การ Progamming ในระดับเบื้องต้น
  • ผู้ที่สนใจอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการสร้างสร้างผลงานทางด้านดนตรีในรูปแบบใหม่

จุดประสงค์และประโยชน์ของการใช้ Skoog 2.0

  • ช่วยให้เรียนรู้เรื่องของเสียงและดนตรีได้อย่างง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องใช้ทักษะหรือเทคนิกในการเล่นดนตรีในระดับสูง
  • ค้นหาและสร้างสรรค์เสียงดนตรีหรือท่วงทำนองใหม่ๆผ่าน The Skoog application หรือโปรแกรม GarageBand
  • สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เด็กเล็กในระดับเริ่มเรียนรู้จนถึงนักดนตรีมืออาชีพ
  • ใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์และสื่อในการเรียนการสอนได้ ช่วยให้เข้าใจเรื่องของเสียงดนตรีได้ง่ายขึ้น
  • ใช้งานร่วมกับ Swift Playground application เพื่อเรียนรู้เรื่องของ coding หรือ programming
  • เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาการให้กับเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือมีปัญหาทางด้านการเรียนรู้
  • ตัวอุปกรณ์ไม่ได้มีลักษณะเป็นปุ่มกดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถบีบหรือเขย่าเพื่อให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันตามที่ตั้งโปรแกรมไว้ได้
  • เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ iDevice ได้ด้วย Bluetooth Low Energy (Bluetooth LE)

การติดตั้งและใช้งาน Skoog 2.0

  1. กดปุ่มที่บริเวณฐานของ Skoog หนึ่งครั้งเพื่อเปิดใช้งาน (ไฟสีเขียวจะติดขึ้น) และกดปุ่มอีกครั้งเพื่อเปิดการใช้งาน Bluetooth (ไฟสีฟ้าจะกระพริบ)
  2. เปิดใช้งาน Skoog application ในหัวข้อ Bluetooth Midi Devices ให้เลือก Skoog จากในรายชื่ออุปกรณ์ที่จะทำการเชื่อมต่อ เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สมบูรณ์จะปรากฎคำว่า Connected
  3. วิธีการ calibrate ให้กับ Skoog เพื่อให้อุปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ วางบนพื้นผิวเรียบหรือตัวล็อคเพื่อให้ Skoog อยู่กับที่ และต้องไม่ขยับหรือจับ Skoog ในระหว่างที่ทำการ calibrate จากนั้นให้เลือกคำสั่ง Calibrate ใน Skoog application ใช้เวลาประมาณ 5 วินาทีในการ calibrate
  4. การใช้งาน Skoog สามารถกดปุ่มขนาดใหญ่บนอุปกรณ์ (แต่ละด้านจะมีวงกลมสีแดง, ฟ้า, เหลือง, เขียว และส้ม) ซึ่งแต่ละด้านจะสามารถตั้งเสียงที่แตกต่างกันได้ผ่าน Skoog application นอกจากนี้ยังสามารถบีบ Skoog ในแต่ละมุม หรือเขย่าอุปกรณ์เพื่อให้เกิดเสียงได้ด้วย Skoog สามารถใช้ส่วนใดของร่างกายก็ได้สัมผัสกับอุปกรณ์เพื่อให้เกิดเสียง
  5. การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth Low Energy สามารถทำได้ผ่าน iPhone หรือ iPad ที่มี iOS เวอร์ชั่น 9.3 ขึ้นไป และการเชื่อมต่อผ่าน Mac (OS X เวอร์ชั่น 10.6 ขึ้นไป) หรือ PC จะเชื่อมต่อด้วยสาย USB

Application และโปรแกรมที่รองรับการใช้งานร่วมกับ Skoog 2.0


Meet the Skoog. The easy-to-play instrument for everyone.


Introducing the wireless Skoog. Music for everyone


Introduction to the Skoog 2.0


The Skoog App


Skoog Swift Playgrounds: How to install Skoog Playgrounds


How to get started with Skoog Skratch


How to use Skoog with GarageBand


Share: